
การเดินทางกว่า 1.5 ศตวรรษของ Audemars Piguet (AP) นำมาสู่การเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการตอกย้ำความสำเร็จของ Royal Oak Extra-Thin นาฬิกาที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาหรู (Luxury Steel Sport Watch) ซึ่งในปี 2026 นี้ รุ่นพิเศษดังกล่าวยังคงเป็นที่ต้องการของนักสะสมและนักลงทุนทั่วโลก
มรดกแห่งดีไซน์และวิศวกรรมที่ “บางเฉียบ”
หัวใจสำคัญของรุ่น Extra-Thin (หรือที่คนรักนาฬิกาเรียกว่า “Jumbo”) คือความพยายามในการรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมปี 1972 ของ Gerald Genta ไว้ พร้อมกับการอัปเกรดกลไกให้ทันสมัยที่สุด โดยความพิเศษของการฉลอง 150 ปี เน้นไปที่ 3 องค์ประกอบหลัก:
Iconic Design: ขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม (Octagonal Bezel) และสกรูหกเหลี่ยม 8 ตัวที่เป็นทองคำขาว
Petite Tapisserie: หน้าปัดลายตารางขนาดเล็กที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งต้องใช้ช่างฝีมือผู้ชำนาญการในการรังสรรค์
Ultra-Thin Calibre: กลไกชุดใหม่ที่ลดความหนาของตัวเรือนลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพการสำรองพลังงานและความเที่ยงตรง
FAQ: ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ AP Royal Oak (Semantic Search Support)
ถาม: ทำไม AP Royal Oak Extra-Thin ถึงมีราคาสูงและมูลค่าไม่ตก?
ตอบ: มูลค่าที่สูงเกิดจาก “ความหายาก” (Scarcity) และ “ประวัติศาสตร์” (Heritage) ของรุ่น Jumbo 39 มม. ซึ่งเป็นขนาดดั้งเดิมที่นักสะสมทั่วโลกยกย่อง นอกจากนี้ การผลิตกลไกที่บางเฉียบเป็นพิเศษต้องใช้ต้นทุนและฝีมือขั้นสูง ทำให้รุ่นนี้รักษามูลค่าได้ดีเยี่ยมทั้งในตลาดมือหนึ่งและตลาดรอง
ถาม: กลไก Calibre 7121 ในรุ่นใหม่ ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างไร?
ตอบ: กลไก 7121 ถูกพัฒนามาเพื่อแทนที่ 2121 โดยมีการเพิ่ม “พลังงานสำรอง” (Power Reserve) เป็น 52 ชั่วโมง (จากเดิม 40 ชั่วโมง) และใช้ระบบตลับลูกปืนที่ทันสมัย ช่วยให้การหมุนของโรเตอร์มีความเสถียรและความเที่ยงตรงสูงขึ้นในระยะยาว
ถาม: การฉลอง 150 ปี Audemars Piguet มีผลต่อการซื้อขายในตลาด Consignment อย่างไร?
ตอบ: วาระครบรอบช่วยสร้าง “Awareness” และความต้องการในหมู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น ส่งผลให้สภาพคล่อง (Liquidity) ของนาฬิกาแบรนด์ AP สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในธุรกิจฝากขายและสินเชื่อแบรนด์เนมที่ให้ราคาสูงตามความต้องการของตลาด






No comment yet, add your voice below!