เจาะลึก Patek Philippe Nautilus Ref. 5720/1G-001 “Dragon” ศิลปะชั้นสูงบนเรือนเวลาระดับตำนาน

เจาะลึก Patek Philippe Nautilus Ref. 5720/1G-001 “Dragon” ตำนานมังกรทองบนเรือนเวลาหายาก

ในจักรวาลของ Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง “นาฬิกาบอกเวลา” และ “งานศิลปะชิ้นเอก” แต่สำหรับโมเดลที่เราจะพูดถึงในวันนี้ มันคือสิ่งที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งนั้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือ Patek Philippe Nautilus Ref. 5720/1G-001 Dragon

นี่ไม่ใช่ Nautilus (นอติลุส) รุ่นปกติที่คุณจะเห็นได้ทั่วไป แต่นี่คือเรือนเวลาที่สะท้อนถึง อำนาจ ศรัทธา และวัฒนธรรมตะวันออก ผ่านงานฝีมือระดับสูงสุด (High Craftsmanship) จาก Maison แห่งเจนีวา ที่นักสะสมทั่วโลกต่างถวิลหา

  1. กำเนิดมังกร: เมื่อ Patek Philippe สื่อสารกับโลกตะวันออก
    Patek Philippe Nautilus Dragon Ref. 5720/1G-001 ถูกรังสรรค์ขึ้นในฐานะ Special Piece เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้า VIP ในภูมิภาคเอเชียและจีนโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจสูงสุดอย่าง “มังกร” (Dragon)

ทำไมต้องเป็นมังกร? ในวัฒนธรรมจีน มังกรคือตัวแทนของ:

อำนาจและบารมี (Power): สัญลักษณ์ของจักรพรรดิ

ความมั่งคั่ง (Wealth): การดึงดูดโชคลาภ

สติปัญญา (Wisdom): ความรอบรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

การนำสัญลักษณ์นี้มาประทับลงบนคอลเลกชันที่ทรงอิทธิพลที่สุดอย่าง Nautilus จึงเป็นการผสานโลกแห่งเครื่องบอกเวลาและโลกแห่งความศรัทธาเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

  1. ตัวเรือน White Gold 18K: ความสง่างามที่เหนือระดับ
    ความพิเศษของรุ่น 5720/1G-001 เริ่มต้นตั้งแต่วัสดุภายนอก ทางแบรนด์เลือกใช้ทองคำขาว หรือ White Gold 18K มาเป็นวัสดุหลักทั้งตัวเรือนและสายนาฬิกา

Case Material: White Gold 18K ให้ความรู้สึกหนักแน่น หรูหรา แต่ไม่ตะโกน

Shape: รูปทรงกรอบหน้าปัดแปดเหลี่ยมโค้งมน (Rounded Octagon) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nautilus

Bracelet: สายรัดข้อมือแบบ Integrated Bracelet ทำจากทองคำขาว ขัดแต่งอย่างประณีต

เหตุผลที่เลือก White Gold แทนที่จะเป็น Rose Gold หรือ Yellow Gold คือการทำหน้าที่เป็น “ฉากหลัง” (Canvas) ที่เงียบสงบ เพื่อขับเน้นให้งานศิลปะบนหน้าปัดโดดเด่นออกมาให้ได้มากที่สุดโดยไม่ถูกแย่งซีน

  1. หน้าปัด Dragon: งานศิลป์ Cloisonné Enamel ระดับ Masterpiece
    หัวใจสำคัญที่ทำให้ Patek Philippe Nautilus Dragon กลายเป็นตำนาน ไม่ใช่กลไก แต่คือ หน้าปัด (Dial)

หน้าปัดนี้รังสรรค์ด้วยเทคนิคโบราณที่เรียกว่า Cloisonné Enamel (การลงยาแบบมีขอบ) ซึ่งถือเป็นงานหัตถศิลป์ที่ยากและซับซ้อนที่สุดแขนงหนึ่งในโลกนาฬิกา

ขั้นตอนความยากของ Cloisonné Enamel:
ขึ้นโครง: ช่างฝีมือต้องใช้เส้นลวดทองคำบางเฉียบ (Gold Wire) ดัดเป็นรูปมังกรด้วยมือ

ลงสี: หยอดสีเคลือบ (Enamel) ลงในช่องว่างทีละช่องอย่างแม่นยำ

การเผา: นำเข้าเตาอบความร้อนสูง (Firing) หลายสิบรอบ เพื่อให้สีเซตตัวและเกิดความเงางาม

ความเสี่ยง: หากเกิดรอยร้าวเพียงนิดเดียว ชิ้นงานนั้นจะถูกทำลายทิ้งทันที

ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าปัดที่มีมิติ สีสันลุ่มลึก และ “ไม่มีวันเหมือนกัน 100%” ในแต่ละเรือน นี่คือเหตุผลที่ Patek Philippe ผลิตรุ่นนี้ออกมาได้น้อยมาก (Very Limited Production)

  1. ความหมายที่ซ่อนอยู่บนข้อมือ
    มังกรบนหน้าปัด Ref. 5720/1G-001 ไม่ได้ถูกวาดขึ้นเพียงเพื่อความสวยงาม แต่ทุกรายละเอียดแฝงไปด้วยนัยยะสำคัญ:

ท่าทางของมังกร: สื่อถึงพลัง (Energy) และการเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง

โทนสี (แดง-น้ำเงิน-ทอง): สีมงคลที่สื่อถึงโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรือง

ลวดลายเมฆ: สื่อถึงสวรรค์ ความต่อเนื่อง และความเป็นนิรันดร์

นี่คือ Nautilus ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกเวลา แต่กำลัง “เล่าเรื่องราว” ของผู้สวมใส่

  1. ข้อมูลจำเพาะ
    คุณสมบัติ รายละเอียด
    Model Reference,5720/1G-001
    Collection,Nautilus
    Case Material,18K White Gold
    Dial Craftsmanship,Cloisonné Enamel (Dragon Motif)
    Movement,Automatic In-House Caliber
    Case Diameter,40 mm (โดยประมาณ)
    Bracelet,18K White Gold Integrated
    Market Status,Extremely Rare / Auction Piece
  2. ความหายากและมูลค่าการลงทุน (Investment Value)
    ในวงการนักสะสมนาฬิกา Patek Philippe รุ่น Nautilus Dragon ถือเป็น Holy Grail (จอกศักดิ์สิทธิ์) ที่หาตัวจับได้ยากยิ่ง

Production Numbers: ไม่มีการเปิดเผยจำนวนการผลิตอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่ามีจำนวนน้อยมาก

Availability: สงวนสิทธิ์ (Allocation) ให้กับลูกค้า VVIP หรือผู้ที่มีประวัติการซื้อระดับสูง (Top Tier Profile) เท่านั้น

Market Price: ราคาของรุ่นนี้อยู่ในสถานะ “Price on Request” หรือประเมินค่าไม่ได้ในตลาดทั่วไป หากหลุดเข้าสู่ตลาดประมูล (Auction) ราคาจะพุ่งทะยานไปแตะระดับหลายสิบล้านบาทได้ไม่ยาก

ราคาของนาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกลไกหรือฟังก์ชัน แต่ขึ้นอยู่กับ Art (ศิลปะ) + Story (เรื่องราว) + Rarity (ความหายาก)

  1. บทสรุป: มากกว่าคำว่านาฬิกา คือมรดกแห่งกาลเวลา
    Patek Philippe Nautilus Ref. 5720/1G-001 Dragon ไม่ใช่นาฬิกาที่ถูกสร้างมาเพื่อทุกคน แต่ถูกสร้างมาเพื่อผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า…

“คุณค่าที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากเวลาที่เดินไป แต่วัดจากความหมายที่ส่งต่อไปยังรุ่นลูกหลาน”

หากคุณคือนักสะสมที่มองหาความเป็นที่สุด ทั้งในแง่ของแบรนด์ งานฝีมือ และความเชื่อ Nautilus Dragon คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Patek Philippe Nautilus Dragon
Q: Patek Philippe Nautilus Dragon 5720/1G-001 ราคาเท่าไหร่? A: ราคา Retail Price ไม่เปิดเผย (Price on Application) ส่วนราคาในตลาดมือสองหรือประมูล ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและสภาพ แต่ประเมินว่ามีมูลค่าสูงระดับ Super Luxury (หลายสิบล้านบาท)

Q: หน้าปัด Cloisonné Enamel ดูแลรักษายากไหม? A: หน้าปัด Enamel มีความทนทานต่อการซีดจางสูงมาก สีจะสดใสไปตลอดกาล แต่ต้องระวังการกระแทกแรงๆ เพราะอาจทำให้หน้าปัดแตกร้าวได้

Q: รุ่นนี้ยังหาซื้อได้ที่ Shop หรือไม่? A: รุ่นนี้เป็น Special Piece ที่ผลิตมานานแล้ว ปัจจุบันไม่สามารถหาซื้อได้จากหน้าร้านทั่วไป (Discontinued/Allocation Only) ต้องหาผ่านตลาดนักสะสมระดับสูงหรือการประมูลเท่านั้น

Chromalight เป็นสารเรืองแสงชนิดพิเศษ

Chromalight เป็นสารเรืองแสงชนิดพิเศษที่ Rolex พัฒนาขึ้นและจดสิทธิบัตรในปี 2008 เพื่อใช้กับหน้าปัดและเข็มนาฬิกา Rolex รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม Professional ซึ่งเป็นนาฬิกาเครื่องมือ (Tool Watches) เช่น Submariner และ Sea-Dweller

คุณสมบัติเด่นของ Chromalight
สีของแสง: แสงเรืองรองเป็นสีฟ้า ซึ่งแตกต่างจากสารเรืองแสงทั่วไปที่นิยมใช้กันอย่าง Super-LumiNova ซึ่งจะให้แสงสีเขียว

ความสว่างและระยะเวลา: Rolex ระบุว่า Chromalight สามารถเรืองแสงได้นานถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่าสารเรืองแสงอื่นๆ ในท้องตลาด ทำให้สามารถมองเห็นเวลาได้อย่างชัดเจนในที่มืดเป็นระยะเวลานาน

การมองเห็น: แสงสีฟ้าของ Chromalight ได้รับการออกแบบมาให้สามารถมองเห็นได้ง่ายในที่มืด และไม่รบกวนการปรับสายตาในที่มืด (night vision) ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับนักดำน้ำและนักสำรวจ

ความปลอดภัย: Chromalight เป็นสารเรืองแสงที่ไม่เป็นสารกัมมันตรังสี ต่างจากสารเรืองแสงยุคเก่าอย่าง Tritium หรือ Radium ที่เคยถูกใช้ในนาฬิกา Rolex ในอดีต

ประวัติการใช้สารเรืองแสงของ Rolex
Rolex มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงสารเรืองแสงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Radium (ยุคแรก): สารเรืองแสงชนิดกัมมันตรังสีที่มีอันตรายและถูกเลิกใช้ในที่สุด

Tritium (ช่วงปี 1960s-1990s): สารกัมมันตรังสีที่มีความปลอดภัยมากขึ้น แต่ก็ยังคงปล่อยรังสีอยู่

Luminova / Super-LumiNova (ช่วงปี 1998-2008): สารเรืองแสงที่ไม่เป็นกัมมันตรังสี ซึ่งต้อง ”ชาร์จ“ ด้วยแสงถึงจะเรืองแสงได้ และส่วนใหญ่จะให้แสงสีเขียว

Chromalight (ปี 2008-ปัจจุบัน): สารเรืองแสงที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Rolex ที่ให้แสงสีฟ้าและมีประสิทธิภาพในการเรืองแสงที่ยาวนานกว่า

การเลือกใช้ Chromalight จึงเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ Rolex ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะสำหรับนาฬิกาที่ต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
“ให้ THONG ดูแลนาฬิกาเรือนโปรดของคุณ”

Chronometer คืออะไร?

Chronometer คืออะไร?
ทำไมแบรนด์นาฬิกาหรูถึงให้ความสำคัญ

ในโลกของนาฬิกาหรู คำว่า Chronometer คือสัญลักษณ์ของ ความแม่นยำสูงสุด ที่ผ่านการรับรองจากองค์กรอิสระ โดยเฉพาะสถาบัน COSC (Contrôle Officiel Suisse des Chronomètres) แห่งสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกที่ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมนาฬิกาทั่วโลก

เพื่อให้นาฬิกาแต่ละรุ่นได้รับการรับรองว่าเป็น Chronometer จะต้องผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดจาก COSC เป็นเวลา 15 วัน ใน 5 ตำแหน่ง (จำลองท่าทางการใช้งานจริง) และ 3 ระดับอุณหภูมิที่แตกต่างกัน โดยผลการเดินของนาฬิกาจะต้องมีค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยอยู่ในช่วง -4 ถึง +6 วินาทีต่อวัน เท่านั้น หากผ่านเกณฑ์นี้ นาฬิกาจึงจะได้รับใบรับรองอย่างเป็นทางการ และสามารถประทับคำว่า “Chronometer” บนตัวเรือนได้อย่างภาคภูมิ

ทำไม Chronometer จึงสำคัญ?
เพราะมันคือเครื่องยืนยันว่าเรือนเวลานั้น ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่ยังแฝงไว้ด้วย ความเที่ยงตรง ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานทางวิศวกรรมระดับสูง ซึ่งถือเป็นหัวใจของนาฬิกาหรูทุกเรือน

การดูแล Rolex ให้ดูเหมือนใหม่ตลอดเวลา

การดูแล Rolex ให้ดูเหมือนใหม่ตลอดเวลาทำได้โดยการดูแลทั้งภายนอกและภายในอย่างสม่ำเสมอ:
สรุปวิธีดูแล Rolex ให้เหมือนใหม่

  1. ทำความสะอาดประจำวัน
  • ตรวจสอบเม็ดมะยม: ต้องหมุนปิดแน่นสนิทก่อนทำความสะอาดเสมอ เพื่อป้องกันน้ำเข้า
  • ทำความสะอาด: ใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดเบาๆ เป็นประจำ หากต้องการทำความสะอาดลึก ให้ใช้ น้ำอุ่นผสมสบู่อ่อน และใช้ แปรงสีฟันขนนุ่ม แปรงตามซอก แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดและเช็ด/เป่าให้แห้งสนิท
  1. การใช้งานและการจัดเก็บ
  • สวมใส่อย่างสม่ำเสมอ หรือ ไขลานด้วยมือ 25-30 ครั้ง หากไม่ได้ใส่หลายวัน
  • จัดเก็บ ในกล่องที่เหมาะสม ห่างจากสนามแม่เหล็ก และ หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรง
  1. การบำรุงรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • นำนาฬิกาเข้ารับ บริการ (Service) ที่ศูนย์ฯ ทุกๆ 5-10 ปี เพื่อล้างเครื่อง เปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ และปรับความเที่ยงตรง
    การดูแลตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยรักษาความเงางาม ความเที่ยงตรง และอายุการใช้งานของ Rolex ได้ยาวนานค่ะ

การขึ้นลานไม่ใช่แค่การไข? แต่คือ การดูหัวใจของนาฬิกา

การขึ้นลานไม่ใช่แค่การไข? แต่คือ การดูหัวใจของนาฬิกา และสิ่งนั้นมีความสำคัญอย่างไร? เรามาหาคำตอบกันค่ะ

การดูแลหัวใจของนาฬิกา
การขึ้นลานนาฬิกาเปรียบเสมือนการเติมพลังงานให้หัวใจของนาฬิกาเดินได้อย่างต่อเนื่องและเที่ยงตรง เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณกับนาฬิกาที่คุณรัก

ทำไมถึงเป็นมากกว่าการไขลาน?

  • ความสุนทรียะ: เป็นช่วงเวลาที่คุณได้สัมผัสและรู้สึกถึงกลไกภายในของนาฬิกา การหมุนเม็ดมะยมอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณได้ยินเสียงการทำงานของจักรกลที่ซับซ้อน เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการใช้นาฬิกาแบบควอตซ์โดยสิ้นเชิง
  • การดูแลรักษา: การขึ้นลานอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานของนาฬิกา การขึ้นลานที่สม่ำเสมอและไม่ฝืนจะช่วยให้กลไกภายในทำงานได้อย่างราบรื่นและลดการสึกหรอ
  • ความผูกพัน: การขึ้นลานนาฬิกาด้วยมือทุกวันหรือตามกำหนดเวลา เป็นการสร้างความผูกพันส่วนตัวระหว่างคุณกับนาฬิกาของคุณ เป็นกิจวัตรที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรักในเครื่องบอกเวลาชิ้นนี้

ดังนั้น การขึ้นลานนาฬิกาจึงไม่ใช่แค่การไขลานเพื่อให้มันเดิน แต่คือ การดูแลเอาใจใส่ “หัวใจ” ของนาฬิกาให้เต้นต่อไปอย่างสม่ำเสมอและมีชีวิตชีวา

นาฬิกากันน้ำเรือนแรกของโลก เกิดขึ้นได้อย่างไร

นาฬิกากันน้ำเรือนแรกของโลกคือ Rolex Oyster ปี 1926 เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีตัวเรือนปิดสนิทของ Rolex เพื่อตอบโจทย์ความทนทาน และเป็นต้นกำเนิดมาตรฐานกันน้ำในวงการนาฬิกาจนถึงปัจจุบัน

Geneva Seal คืออะไร?

Geneva Seal หรือ “Poinçon de Genève” คือ ตรารับรองคุณภาพที่มอบโดยรัฐเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์แบบในการผลิตนาฬิกา ตามเกณฑ์ที่เข้มงวดทั้งในด้านศิลปะ วิศวกรรม และภูมิปัญญาดั้งเดิมของช่างนาฬิกาชาวเจนีวา
ความศักดิ์สิทธิ์ในโลก Haute Horlogerie
มีเพียงแบรนด์ไม่กี่แห่งในโลกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตรานี้ หนึ่งในนั้นคือ Patek Philippe ก่อนปี 2009 ที่ยังใช้ Geneva Seal เป็นมาตรฐานก่อนเปลี่ยนมาใช้ Patek Seal ที่เข้มงวดกว่าด้วยซ้ำ แต่การที่ Patek เคยได้รับ Geneva Seal ก็เพียงพอแล้วที่บ่งบอกว่า เรือนนั้นผลิตตามมาตรฐานสูงสุดของโลกในยุคนั้น

ตรานี้สำคัญแค่ไหนในโลกการลงทุน?
ในตลาดรอง นาฬิกา Patek ที่มี Geneva Seal จะได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะกับนักลงทุนจากเอเชียและตะวันออกกลาง เพราะเป็น “ตรายืนยัน” ว่าเรือนนั้นถูกสร้างขึ้นในมาตรฐานคลาสสิกที่ไม่มีวันเสื่อม Patek Philippe Ref. 3970, 5059 และ 5120 ซึ่งเป็นรุ่นที่ผลิตก่อนการเปลี่ยนมาตรฐาน มักได้รับความนิยมในฐานะ “Collector’s Grade” ที่ตลาดโลกยอมรับ

เศรษฐกิจ ความหายาก และการสร้างมูลค่าต่อเนื่อง
ในยุคที่นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน เครื่องหมาย Geneva Seal กลายเป็นจุดบ่งชี้ของสินทรัพย์ที่มีความ หายาก (Rarity), มี Story และ มี Proof of Craftsmanship โดยสมบูรณ์
แบรนด์อย่าง Patek ใช้ตรานี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สร้างมูลค่าระยะยาว เพราะตรานี้ไม่สามารถ “ซื้อ” ได้ แต่ต้อง “ผ่าน” การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐเท่านั้น

ทำไม Patek ถึงเลิกใช้ Geneva Seal?
ในปี 2009 Patek Philippe ประกาศเลิกใช้ Geneva Seal และสร้างมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า Patek Philippe Seal ซึ่งเข้มงวดยิ่งกว่า เพราะครอบคลุมแม้กระทั่ง “บริการหลังการขาย” และ “ความเที่ยงตรงตลอดอายุการใช้งาน”
นี่ไม่ใช่การลดคุณค่า Geneva Seal แต่เป็นการยกระดับให้เหนือกว่า เพื่อสะท้อนว่า Patek ไม่ได้ยึดติดกับอดีต แต่เป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโลก

สรุป Geneva Seal ไม่ใช่แค่ตราประทับ แต่มันคือ “คำมั่นสัญญา” ที่นาฬิกาเรือนหนึ่งให้กับโลกนี้ หากคุณกำลังมองหานาฬิกาหรูที่มีคุณค่าทั้งในเชิงศิลปะและการลงทุน ให้สังเกตตราเล็ก ๆ นี้ไว้ มันอาจกลายเป็นสิ่งที่กำหนดมูลค่าเรือนนั้นในอีกสิบปีข้างหน้า

แหล่งที่มา (References):

  1. Patek Philippe Official Website
  2. Fondation de la Haute Horlogerie (FHH) – The Geneva Seal Explained
  3. WatchTime Magazine – Why Patek Left the Geneva Seal in 2009
  4. Hodinkee – The Value of the Geneva Seal in Collector’s Circles
  5. Phillips Auction Results, Geneva 2023 – Performance of Patek Geneva Seal Models

ไขข้อสงสัย ทำไมราคานาฬิกาหรูถึงแพง ? ต่างจากนาฬิกาปกติยังไง ?

ทำไมนาฬิกาหรูถึงแพง THONG

ถ้าคุณเคยตั้งคำถามว่า “ทำไมนาฬิกาบนข้อมือเรือนหนึ่ง ถึงราคาเป็นแสน เป็นล้าน” บทความนี้จะไม่ใช่แค่คำตอบ แต่จะเปิดมุมมองใหม่ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

  1. กลไกที่ต้องใช้คนสร้าง ไม่ใช่สายพานผลิต
    นาฬิกาหรูใช้กลไก Mechanical หรือ Automatic ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนขนาดเล็กกว่าหัวเข็มหมุดกว่า 200 ชิ้น บางรุ่นอย่าง Patek Philippe ต้องใช้ช่างฝีมือฝึกงาน 5-10 ปีจึงจะสามารถประกอบได้สมบูรณ์ ต่างจากนาฬิกาทั่วไป ที่ใช้กลไกควอตซ์ซึ่งผลิตจำนวนมากด้วยเครื่องจักร
  2. วัสดุที่เลือกมาเพื่ออยู่กับคุณตลอดชีวิต
  • Rolex ใช้สเตนเลส 904L ซึ่งแข็งแรงและกันสนิมกว่าสเตนเลสมาตรฐาน
  • Richard Mille ใช้วัสดุจากโลกของ Formula 1 และ Aerospace
  • Patek ใช้ทองคำ 18K หรือ platinum ทั้งเรือน
    นาฬิกาทั่วไป มักใช้โลหะอัลลอยด์หรือสายหนังสังเคราะห์ที่เสื่อมตามเวลา
  1. เวลาในการผลิตนานเพราะทุกชิ้นคืองานศิลป์
    นาฬิกาอย่าง Audemars Piguet Royal Oak บางรุ่นใช้เวลา “ขัดตัวเรือน” เพียงอย่างเดียวถึง 3 วัน และบางเรือนต้องใช้เวลาผลิตทั้งกระบวนการนานถึง 1 ปี
  2. มีเรื่องราว มีตำนาน มีมูลค่าต่อ
    แบรนด์หรูอย่าง Patek หรือ Rolex ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “ประวัติศาสตร์และความน่าเชื่อถือ”
    เช่น Rolex Daytona เคยอยู่บนข้อมือของ Paul Newman หรือ Patek Philippe ที่เคยทำเรือนพิเศษให้ราชวงศ์ยุโรป เมื่อของมี Story ราคาก็จะยิ่งพุ่งและทรงอิทธิพลเพราะ demand ของตลาด
  3. นาฬิกาหรู = สินทรัพย์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ
    รุ่นยอดนิยมบางรุ่น ราคามือสองสูงกว่าราคาใหม่ เช่น
  • Rolex Submariner ราคาขายต่อสูงขึ้นปีละเฉลี่ย 7-10%
  • Patek Philippe Nautilus มี waiting list ยาวถึง 10 ปี และราคาขายต่อสูงกว่าราคาป้ายเกือบ 3 เท่า
    นาฬิกาเหล่านี้จึงเป็นมากกว่าสิ่งของ มันคือ “Asset ที่ใส่ได้”

นาฬิกาหรูไม่ได้แพงเพราะความสวยหรือมีแบรนด์ แต่แพงเพราะรวมคุณค่าทั้งด้านกลไก ศิลปะ วัสดุ เวลา ความหายาก และมูลค่าทางจิตวิญญาณของแบรนด์ไว้บนข้อมือ

หากสนใจเรือนไหนสามารถปรึกษา THONG เพิ่มเติมได้ที่ LINE OA: @THONGPATEK

แหล่งที่มา

  1. Fondation de la Haute Horlogerie – Haute Horlogerie Explained
  2. Rolex Official – Materials and Production Process
  3. Patek Philippe – Craftsmanship and Tradition
  4. WatchBox Market Report 2024 – Price Retention in Luxury Watches
  5. Phillips Auction Results – Investment-grade Watch Models

‘Swiss Made’ คืออะไร? แค่เห็นคำนี้มูลค่านาฬิกาก็เพิ่มทันที

‘Swiss Made’ คืออะไร? แค่เห็นคำนี้มูลค่านาฬิกาก็เพิ่มทันที

คำว่า Swiss Made ที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาไม่ใช่เพียงการบ่งบอกว่าเรือนนี้มาจากสวิตเซอร์แลนด์ แต่มันคือ “ตรารับประกัน” คุณภาพในสายตาของนักสะสม นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญนาฬิกาทั่วโลก

Swiss Made คืออะไรในทางกฎหมาย?
ภายใต้กฎหมาย Swiss Ordinance on the Use of the Name “Swiss” for Watches (ปรับล่าสุดปี 2017) นาฬิกาที่จะได้รับการตีคำว่า Swiss Made ต้องผ่านเงื่อนไขที่เข้มงวด ดังนี้

  • กลไก (movement) ต้องเป็น Swiss movement
  • ต้องประกอบในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • ค่าการผลิตอย่างน้อย 60% ของราคาทั้งหมด ต้องเกิดขึ้นในสวิตเซอร์แลนด์
  • ตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้ายต้องทำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ทำไม Swiss Made ถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความเชื่อถือ” ทั่วโลก?
เหตุผลที่นาฬิกาหรูส่วนใหญ่ เช่น Rolex, Patek Philippe, Audemars Piguet และ Richard Mille ใช้คำนี้ ไม่ใช่เพราะ “จำเป็น” แต่เพราะมันคือ “Trustmark” ที่สะท้อนถึง

  • ความประณีตของช่างนาฬิกา (Craftsmanship)
  • ประวัติศาสตร์กว่า 200 ปีของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส
  • มาตรฐานการควบคุมคุณภาพระดับโลก
  • ความแม่นยำและความทนทานสูงสุด
    นักสะสมและนักลงทุนส่วนใหญ่ยอมจ่ายมากกว่าหลายหมื่นดอลลาร์ เพียงเพราะคำนี้ปรากฏอยู่บนหน้าปัด

Swiss Made มีผลต่อ “ราคาขายต่อ” อย่างไร?
รายงานจาก Chrono24 และ WatchBox พบว่า นาฬิกาที่มีคำว่า Swiss Made มักมี “resale value” สูงกว่านาฬิกาที่ไม่มีคำนี้ประมาณ 15-40% โดยเฉพาะในแบรนด์ระดับ Tier 1 อย่าง Patek Philippe และ AP ที่ยึดหลัก Swiss Made เป็นจุดขายทางจิตวิทยาสำหรับตลาด Global Luxury

แล้วทำไมบางแบรนด์ “ไม่นิยม” ใช้ Swiss Made?
แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีแบรนด์กลุ่ม Independent Watchmaker บางราย เช่น F.P. Journe หรือ MB&F ที่เลือกไม่ใช้คำว่า Swiss Made แม้ผ่านเกณฑ์
เพราะต้องการเน้น “เอกลักษณ์เฉพาะตน” มากกว่าคำรับรองจากรัฐ สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า Swiss Made มีความหมายลึกเกินกว่าจะเป็นแค่โลโก้หน้าปัด

สรุป Swiss Made คือมาตรฐานทองคำที่ไม่ได้มาเพราะ “ผลิตในสวิส” เท่านั้น แต่ต้อง “คิดแบบสวิส” ทุกกระบวนการ นาฬิกาที่ประทับคำว่า Swiss Made ไม่เพียงแต่บอกว่าคุณครอบครองนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ แต่หมายถึงคุณเป็นเจ้าของผลงานศิลป์ระดับโลกที่ผ่านการออกแบบ สร้างและทดสอบภายใต้ปรัชญาความสมบูรณ์แบบของสวิส

แหล่งข้อมูล (References):

  1. Swiss Federal Council – Ordinance on the Use of “Swiss” for Watches, 2017
  2. Fondation de la Haute Horlogerie – The Significance of Swiss Made Label
  3. Chrono24 Insights – How Swiss Made Influences Watch Prices, 2023
  4. WatchBox Global Trends Report – Resale Value and Brand Trust Factors, 2022
  5. Patek Philippe, AP, Rolex Official Communication Archives

บริการผ่อนนาฬิกา ไม่ใช้บัตร

บริการผ่อนนาฬิกา ไม่ใช้บัตร

บริการผ่อนชำระนาฬิกาหรูจากเรา เป็นทางเลือกทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ต้องการครอบครองสินทรัพย์ระดับไฮเอนด์โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนในครั้งเดียว ด้วยระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน ลูกค้าจะได้รับสินค้าหลังจากชำระค่างวดครบถ้วนทุกงวดตามเงื่อนไขของสัญญา การสมัครใช้บริการสามารถดำเนินการได้อย่างสะดวกสบายด้วยเอกสารเพียงไม่กี่รายการ พร้อมกระบวนการพิจารณาที่รวดเร็ว ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์เนมระดับโลกได้อย่างมั่นใจ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่โปร่งใส ปลอดภัย และมีมาตรฐาน