Patek philippe Ref.5711 เริ่มผลิตในปี 2006

ในวาระฉลองครบรอบ 30 ปีเมื่อปี 2006 ด้วยการเปลี่ยนการออกแบบตัวเรือน Nautilus ให้มีส่วนประกอบจากตัวเรือน 2 ส่วน (ขอบเบเซิลและตัวเรือนส่วนกลาง) ซึ่งจะรวมเป็นโครงสร้างสามชิ้นถ้ารวมฝาหลัง และกรุกระจกแซฟไฟร์เพื่อให้เห็นกลไกอันงดงาม
.
ซึ่งรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเรือนนี้ทาง Patek Philippe ได้นำรุ่นต้นตระกูล 3700 มาต่อยอดออกมาเป็นรุ่น Ref. 5711/1A ในปัจจุบัน
Patek Philippe Ref. 5711/1A มาพร้อมตัวเรือนวัสดุ Stainless Steel ขนาด 40 MM. และ Caliber 26-3300 SC
.
สำหรับนาฬิการุ่นนี้ ตัวเรือนถูกออกแบบมาอย่างลงตัว เรียบหรู มีขนาดที่บาง แนบเข้ากับข้อมือผู้สวมใส่ จึงทำให้ได้รับความนิยม มาจนถึงปัจจุบัน

ประวัตินาฬิกา Breitling

 

asset-version-af2116475d-Breitling-print

ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อเมือง แซง เอเมียร์ (St. Imier) ใกล้เทือกเขาจูร่า (Jura)เซอร์แลนด์ ลีออง ไบร์ทลิ่ง (Leon Breitling) ริเริ่มโรงงานผลิตนาฬิกาขึ้นมาด้วยเป้าหมายเพียงประการเดียวคือ สร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมของโลก

ก้าวสู่โลกแห่งการบิน

ในปี ค.ศ. 1884 ช่วงเวลาที่ Leon Breitling เริ่มประดิษฐ์นาฬิกาจับเวลาภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘ไบร์ทลิ่ง’ (Breitling) เป็นช่วงเดียวกับการพัฒนาอากาศยาน ดังนั้น อุปกรณ์จับเวลาที่ได้รับการประดิษฐ์ขึ้น จึงถูกนำไปใช้กับเครื่องบินแบบต่างๆ และด้วยคุณภาพที่เป็นเลิศ ทำให้เครื่องมือจับเวลาของ Breitling ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนโรงงานผลิตนาฬิกาเล็กๆ ของผู้ก่อตั้งต้องขยายกิจการและย้ายไปยัง ลา โชซ์-เดอ-ฟองด์ (La Chaux-de-Fonds) อันเป็นศูนย์กลางการผลิตนาฬิกาชื่อดังของโลก

breitling_chrono_avenger_sky_watch

นาฬิกาจับเวลาของ Breitling ได้รับการพัฒนาต่อมาในปี ค.ศ. 1915 โดย แกสตัน ไบร์ทลิ่ง (Gaston Breitling) จนกลายเป็นนาฬิกาข้อมือแบบจับเวลาที่แม่นยำ ในขณะเดียวกันก็ยังคงพัฒนาอุปกรณ์คำนวณและจับเวลาสำหรับติดตั้งบนเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการขนานนามในฐานะผู้ชำนาญด้านอุปกรณ์จับเวลาและนาฬิกาสำหรับนักบิน ต่อมาในปี ค.ศ. 1932 แบรนด์ Breitling ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมการบินอย่างเต็มตัว โดย วิลลี ไบร์ทลิ่ง (Willy Breitling) ทำให้ชื่อแบรนด์ Breitling กลายเป็นชื่อที่มีความผูกพันยิ่งกับกองทัพอากาศ นักบิน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศยานทั่วโลก ทั้งยังกลายเป็นนาฬิกาประจำตัวนักบินของฝูงบินชื่อดังของโลก เช่น ทันเดอร์เบิร์ด (Thunderbird) ของสหรัฐฯ, เรด แอร์โรวส์ (Red Arrows) ของสหราชอาณาจักร, ปาตรูอีเยอ เดอ แฟรนซ์ (Patrouille De France) หรือกองลาดตระเวณของฝรั่งเศส และ ฟรีซ ไตรโคโลรี (Freece Tricolori) ของอิตาลี

จากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและรูปแบบของ Breitling ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการการบินและการกีฬามาจนถึงปัจจุบัน ด้วยประสบการณ์นานนับศตวรรษ Breitling ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีมาโดยตลอด ครองความเป็นเจ้านาฬิการะบบจักรกลที่สามารถเดินได้อย่างเที่ยงตรงจนถึงระดับโครโนมิเตอร์ ดังนั้น Breitling จึงกลายเป็นนาฬิกาสำคัญระดับโลกรายเดียวที่ได้รับประกาศนียบัตรรับรองความเที่ยงตรงในนาฬิกาทุกรุ่นของตนเอง และยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาที่ยังคงเป็นของชาวสวิส โดยมีโรงงานการผลิตแห่งใหม่ที่เต็มไปด้วยมาตรฐานของอุตสาหกรรมการทำนาฬิกาด้วย

ทุกเรือนเป็นโครโนมิเตอร์

ใบรับรองโครโนมิเตอร์ (Chronometer) แสดงให้เห็นถึงการยอมรับว่า ‘ มีความเที่ยงตรงเป็นที่สุด แม้จะอยู่ในสถานะใดๆก็ตาม’

นี่คือความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดสำหรับนาฬิกาที่ได้รับใบรับรองนี้ กว่าจะได้มาต้องมีการนำเสนอวิธีการและระยะเวลาการผลิตทั้งหมดให้กับสถาบันทดสอบความเที่ยงตรง The Swiss Official Chronometer Testing Institute หรือที่เรียกกันย่อๆว่า C.O.S.C. ได้พิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน พร้อมกับผ่านการตรวจสอบและทดสอบ
สำหรับ Breitling ก็ต้องผ่านการทดสอบดังกล่าวเช่นกัน ด้วยระยะเวลา 15 วัน 15 คืน ในอุณหภูมิต่างกัน 3 อุณหภูมิ ทั้งหมดนี้เพื่อยืนยันให้เห็นถึงความแน่วแน่ในการตัดสินใจที่จะทำให้ตนเองแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆด้วยใบรับรองจาก C.O.S.C. สำหรับนาฬิกาทุกรุ่นทุกเรือน หรือจะเรียกว่า 100% ของการผลิตล้วนผ่านการรับรองความเที่ยงตรงมาแล้วทั้งสิ้นก็ได้